krutonz Article


วินัยเรื่องน่าสนุก
จากการอบรม 'วินัยน่าสนุก' เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2554
ณ โรงเรียนพูลเจริญวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 6
โดย อ.อุดม  อินทรเวศน์วิไล
 นิติกรชํานาญการพิเศษ ภารกิจเสริมสร้างและมาตรฐานวินัยสํานักงาน ก.ค.ศ.

..ข้าราชการ...
“ข้า”    =  ผู้ที่ช่วยทำการใดๆ ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์  โดยเป็นการควร       
เพื่อประโยชน์ต่อ“ราชการ” หรือการไม่ควร คือ งดการกระท า
              ที่ไม่เหมาะสมต่อ“ราชการ”
“ราชะ” = ผู้ท าให้มหาชนยินดีด้วยธรรม
“การ”  = งานที่ต้องคอยบ าบัดทุกข์บ ารุงสุขของประชาชนในแผ่นดิน
“ข้าราชการ” =  ผู้ที่ปฏิบัติงานของพระราชาหรืองานของ
                   แผ่นดินให้เรียบร้อยสมบูรณ์ที่สุด                        
                    การประพฤติผิดประเวณี
        การประพฤติผิดประเวณีต่อบุคคลอื่นหรือ คู่สมรสของบุคคลอื่น เป็น
ความผิดที่ไม่เหมาะสม  เข้าลักษณะเป็นความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
    (หนังสือ ศ.ธ.ที่ ๑๓๙๒๗/๒๔๙๘  ลว. ๑๖ ก.ย. ๙๘)
         กระทรวงศึกษาธิการรังเกียจและจําต้องห้ามความประพฤติผิดประเวณีในระหว่าง
ข้าราชการชายหญิง หรือครูกับนักเรียน  เว้นแต่ผู้เป็นโสด  ต่างตั้งใจเลี้ยงดูกันและ
สู่ขอสมรสกันตามประเพณี
        ถ้า...ครูชายกับนักเรียนหญิง/ครูสตรีกับนักเรียนชาย  เขาจะมีความผิดและ
เป็นครูไม่ได้  ต้องออกจากหน้าที่ครูทันที
ข้อบังคับของ ศธ. เรื่องครูชายนักเรียนหญิง  ลว.๒๑ ต.ค. ๒๔๖๕ค้ําประกัน
เป็นลูกหนี้ร่วม        ฟ้องก่อนได้เลย ไม่ต้องรอลูกหนี้
ขอเพิกถอนค้ าประกัน  เมื่อเจ้าหนี้ยินยอม
พยายามดูความรับผิด  จ านวนเงิน  ระยะเวลาค้ าประกันว่าด้วยการใช้บุคคล เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราว
1. ระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุด  
2. คําสั่งกรมตํารวจ
3. ระเบียบราชการฝ่ายตุลาการ
-   กรณีที่เป็นการกระท าส่วนตัวให้ใช้วงเงินประกันไม่เกิน  10  เท่า
ของเงินเดือน
-    กรณีเป็นการกระท าในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ในวงเงิน
ประกันไม่เกิน 15  เท่าของเงินเดือน      การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
• มาตรา 146 ผู้ใดไม่มีสิทธิที่จะประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กระทําเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่ามีสิทธิ
•  ต้องระวางโทษจ าคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองพันบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ
ชื่อย่อ ชั้นเครื่องราชฯ ระดับ ปฏิบัติราชการมาแล้ว
จ.ช.
ต.ม.
ต.ช.
ท.ม.
ท.ช.
ป.ม.
ป.ช.
ม.ว.ม.
ม.ป.ช.
ร.จ.พ.
จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก
ตริตาภรณ์มงกุฎไทย
ตริตาภรณ์ช้างเผือก
ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก
ประถมาภรณ์มงกุฎไทย
ประถมาภรณ์ข้างเผือก
มหาวชิรมงกุฎ
มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก
เหรียญจักรพรรดิมาลา
3,4
5,6
5,6
7,8
7,8
9
9,10
9,10
10,11
ไม่เคยกระท า
ความผิดทางวินัย
5 ปี
5 ปี
5 ปี
5 ปี
5 ปี
ได้ ท.ช.ไม่น้อยกว่า 3 ปี
ได้ ป.ม.ไม่น้อยกว่า 3 ปี
ได้ ป.ช.ไม่น้อยกว่า 3 ปี
ได้ ม.ว.ม.ไม่น้อยกว่า 5 ปี
ครบ 25 ปีบริบูรณ์บัญชีราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืน
ตามพระราชบัญญัติฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2542 เป็นต้นมา
รายการเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ราคาคืน/บาท
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ช้างเผือก
มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก   บุรุษ
มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก   สตรี
ประถมาภรณ์ช้างเผือก     บุรุษ
ประถมาภรณ์ช้างเผือก     สตรี
ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก        บุรุษ
ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก        สตรี
ตริตาภรณ์ช้างเผือก          บุรุษ
ตริตาภรณ์ช้างเผือก          สตรี
จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก        บุรุษ
จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก        สตรี
เบญจมาภรณ์ช้างเผือก     บุรุษ
เบญจมาภรณ์ช้างเผือก     สตรี
13,712
12,448
9,610
8,770
6,336
5,728
2,658
2,550
1,482
1,598
1,414
1,508
รายการเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ราคาคืน/บาท
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ มงกุฎไทย
มหาวชิรมงกุฎ                บุรุษ
มหาวชิรมงกุฎ                 สตรี
ประถมาภรณ์มงกุฎไทย   บุรุษ
ประถมาภรณ์มงกุฎไทย   สตรี
ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย     บุรุษ
ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย     สตรี
ตริตาภรณ์มงกุฎไทย       บุรุษ
ตริตาภรณ์มงกุฎไทย       สตรี
จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย    บุรุษ
จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย    สตรี
24,660
19,060
8,584
7,696
6,200
5,054
2,612
2,432
1,482
1,598การขอรับพระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา
ข้าราชการที่รับราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นเวลา 25 ปีนั้น  หมายถึง
เฉพาะผู้ที่ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยตลอดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มรับราชการจนถึงปีที่ขอ
พระราชทานเท่านั้น
“บัตรสนเท่ห์ ไม่รับพิจารณา เว้นแต่รายที่ระบุหลักฐานกรณีแวดล้อม
ปรากฎชัดแจ้ง  ตลอดจนชี้พยานบุคคลแน่นอน”
    มติ ค.ร.ม.เรื่องบัตรสนเท่ห์ นว.148/2502 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2502ข้อ 5  โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษา     
       ที่กระท าผิดมี 4 สถาน  
     ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียน
และนักศึกษา พ.ศ.2548
5.1  ว่ากล่าวตักเตือน
5.2  ทําทัณฑ์บน
5.3  ตัดคะแนนความประพฤติ
5.4  ทํากิจกรรมเพื่อให้
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม       การลงโทษนักเรียน  หรือนักศึกษา  ให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของ
นักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้ส านึกในความผิดและกลับประพฤติตนในทางที่ดีต่อไป
      ข้อ 6. ห้ามลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา ด้วยวิธีรุนแรง  หรือแบบกลั่นแกล้ง  หรือลงโทษ
ด้วยความโกรธ  หรือด้วยความพยาบาท  โดยให้ค านึงถึงอายุนักเรียน หรือนักศึกษาและ
ความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย
กระทรวงศึกษาธิการไม่มีความประสงค์ที่จะให้ครูลงโทษนักเรียนรุนแรงหรือแบบวิตถาร เช่น  ตบหน้า เขกศีรษะ  ทุบ
หลัง ตบกกหูหรือใช้แปรงลบกระดานทุบตี ขว้าง ปาหรือให้เขกโต๊ะจนมือเลือดออก  เป็นต้น  ครูคนใดฝ่าฝืนถือว่า          
เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
         ศธ 7754/2506 ลงวันที่ 16 เมษายน 2506
ข้อ 7.  การว่ากล่าวตักเตือนใช้ในกรณีที่นักเรียนนักศึกษากระท าความผิดไม่ร้ายแรง
ข้อ 8.  การท าทัณฑ์บนใช้ในกรณีที่ฝ่าฝืนระเบียบหรือเสื่อมเสียเสียงและเกียรติศักดิ์และ
          ได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนมาแล้วและต้องเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครอง
ข้อ 9.การตัดคะแนนความประพฤติเป็นไปตามที่สถานศึกษาก าหนดและท าบันทึกข้อมูล
18 มกราคม 2548การลงโทษผู้ละทิ้งหน้าที่เวรรักษาสถานที่ราชการ
มติค.ร.ม. นร. 0203/ว 103 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2528
“ถ้าปรากฎว่าเวรละทิ้งหน้าที่  ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาลงโทษให้เหมาะสมกับ
ความผิดตามความร้ายแรงแห่งกรณี”
๒. ข้าราชการที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา  
จะต้องมาถึงสถานศึกษาก่อนเวลา
ท างานปกติ  อย่างน้อย  ๑๕  นาที  และ
กลับหลังเวลาท างานปกติไม่น้อยกว่า
๑๕  นาที
(ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยเวลาท างานและ
วันหยุดราชการของสถานศึกษา พ.ศ.
๒๕๒๐ ข้อ ๘)
๓. วันปิดภาคเรียน  ถือว่าเป็นวันพักผ่อน
ของนักเรียน  ซึ่งสถานศึกษาอาจ
อนุญาตให้ครูหยุดพักผ่อนด้วยก็ได้  
แต่ถ้ามีราชการจ าเป็นครูต้องมาปฏิบัติ
ราชการตามค าสั่งของทางราชการ
  (อ้างแล้ว  ตาม ๒.  ข้อ ๙)การวินิจฉัยคําว่า “ชั่ว”
มาตรา 94
 ความรู้สึกของสังคม
 เกียรติของข้าราชการ
  เจตนาของการกระทํา
 ผลแห่งการกระทํา
พิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายๆ ไป ประกอบการวินิจฉัยข้างต้นว่า
เป็นการประพฤติชั่ว หรือ ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงครูเป็นบุคคลที่สังคมคาดหวัง
1. ครูเป็นผู้มีความรับผิดชอบ
2. ครูเป็นผู้มีความรู้
3. ครูเป็นผู้เสียสละ
4. ครูเป็นแบบอย่างความประพฤติข้าราชการครูมีภรรยาน้อย
ตามหนังสือกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 4681/2501  ลงวันที่ 18 มีนาคม 2501
                 1.  กระทรวงศึกษาธิการไม่เคยลงโทษข้าราชการครูเพราะเหตุมี
ภรรยาน้อย แต่ลงโทษเพราะประพฤติชั่วเกี่ยวกับประพฤติผิดประเวณี หรือล่วง
ศีลสมาจาร  ทั้งนี้โดยถือปฏิบัติตามหลักจารีตครูซึ่งมีมาแต่เดิม...
               2.  ครูสตรีตกเป็นภรรยาน้อย  อยู่ในฐานะนางบ าเรอย่อมเป็นการ
ขัดกับความรู้สึกของประชาชน  กระทรวงศึกษาธิการก็พิจารณาเฉพาะรายที่มี
เรื่องเกิดขึ้น  พฤติการณ์เช่นนี้กระทรวงศึกษาธิการรังเกียจ...
              3.  กระทรวงศึกษาธิการเห็นว่า  ยังไม่ถึงเวลาอันสมควรที่จะเปลี่ยน
หลักการเดิม  เพราะเป็นทางแห่งความเสื่อมเสีย...ห้ามครูสตรีประกวดนางงาม ตามหนังสือกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 14222/2504 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2504
     กระทรวงศึกษาธิการ  
     ไม่อนุญาตให้ครูสตรี  ประกวดความ
งาม  ตลอดจน
การประกวด  หรือการแสดงเครื่องแต่ง
กายสตรี  ไม่ว่า
การประกวดนั้นจะเรียกชื่ออย่างไร  และ
ผู้ใดเป็นผู้จัดหา  
หากฝ่าฝืนอาจได้รับการพิจารณาโทษ
ถึง ให้ออกจากราชการหนังสือให้ความยินยอมทําการสมรสใหม่
ท าที่...........................
วันที่.......เดือน................พ.ศ. ......
ตามที่นายยอด  มากดี  อยู่กินฉันสามีภริยากับข้าพเจ้าเป็นเวลา 20 ปีแล้ว  
ปรากฏว่าข้าพเจ้าและนายยอด  มากดี  สามีของข้าพเจ้าไม่สามารถมีทายาทสืบวงศ์
ตระกูลได้  ข้าพเจ้ามีความสมัครใจยินยอมให้นายยอด  มากดี  มีภรรยาคนใหม่ได้
โดยที่นายยอด  มากดี มิได้กระท าผิดล่วงศีลสมาจาร  กระท าการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้
ประพฤติชั่วมาก่อนแต่อย่างไร  จึงอนุญาตให้สมรสได้
ข้าพเจ้าขอรับรองว่า ยินยอมให้นายยอด มากดี ประพฤติปฏิบัติดังกล่าวได้  
โดยข้าพเจ้ามิได้ถูกกลฉ้อฉลแต่ประการใด
          ลงชื่อ..................ผู้ให้ความยินยอม
                 (นางสี  มากดี)
     ลงชื่อ.........................พยาน                             ลงชื่อ.........................พยาน
              (                        )                                             (                         ) กรณีทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
1. ต้องมีหน้าที่ราชการที่จะต้อง  ปฏิบัติ
2. ได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการไป  โดยมิชอบ หรือ ละเว้น การปฏิบัติ
หน้าที่ราชการโดยมิชอบ
3. เพื่อให้ ตนเอง หรือ ผู้อื่น  ได้ประโยชน์ที่ มิควรได้
4. โดยมีเจตนา ทุจริต (มาตรา 84 วรรคสาม พรบ.ขรค. พ.ศ.2547)• เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามหรือพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมาย
ระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ และจัดโครงงาน
• วิธีปฏิบัติงาน ไม่ก าหนดอ านาจหน้าที่ของแต่ละบุคคลไว้ให้
เป็นที่แน่นอนและรัดกุม เช่น บัญชี การเงิน และพัสดุ และ
   ไม่มีการสอบทานงาน
• ผู้ปฏิบัติขาดสมรรถภาพในด้านการเงิน บัญชี และพัสดุ
หรือไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต ความประพฤติและอุปนิสัย
มูลเหตุแห่งการทุจริตวิธีการป้องกันการทุจริต
 การแบ่งหน้าที่
 การแบ่งแยกความรับผิดชอบ
 วิธีปฏิบัติงานที่ดี
 การดูแลรักษาทรัพย์สินอย่างเหมาะสม
 การใช้เจ้าหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพ
***************วิธีการทุจริต
1.การบัญชีและการเงิน
ก.รับเงิน
1. รับเงินแล้วไม่ลงบัญชี โดยไม่ออกใบรับหรือออก แต่ไม่นําเข้าบัญชี
2. ลงบัญชีรับต่ํากว่าหลักฐาน ยักยอกเงินที่เหลือ
3. ทําลายหลักฐานการรับเงินแล้วไม่นําเข้าบัญชี
4. เอาใบรับเงินของปีก่อนๆที่เหลือและเลิกใช้ฉีกมาเขียนรับเงินโดยไม่ลงต้นขั้ว
5. รับเงินแล้วแต่หมายเหตุในต้นขั้วหรือสําเนาว่ายกเลิกหรือไม่ใช่ แล้วยักยอกเงินที่รับมา
6. ปลอมแปลงใบรับเงินเก็บจากลูกค้า
7. ใบรับเงินที่ไม่มีเลขที่พิมพ์ไว้ในแบบพิมพ์เมื่อรับเงินจึงเขียนเลขที่ ถ้ารายไหนจะยักยอกก็จะ
    ฉีกสําเนาหรือต้นขั้วทิ้ง
8. การรับเงินเขียนในต้นขั้วหรือสําเนาต่ํากว่าต้นฉบับ
9. แก้ไขตัวเลขในต้นขั้วหรือสําเนาใบเสร็จให้ตัวเลขต่ํากว่าที่ได้รับจริงวิธีการทุจริต
1.การบัญชีและการเงิน
ก.รับเงิน
10. พนักงานเก็บเงินรับเงินแล้วไม่นําส่ง หรือนําส่งล่าช้าโดยเอาเงินไปหมุนใช้ประโยชน์
      ส่วนตัว
11. เรียกเงินจากผู้มาติดต่อโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเอาเงินเป็นประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น
12. แก้ไขตัวเลขในเช็คให้สูงขึ้น แล้วนําไปขึ้นเงินจากธนาคาร แล้วยักยอกเงินที่เกิน
13. รับเงินจากลูกหนี้แล้วไม่ลงบัญชี เมื่อค้างอยู่หลายปีก็ขออนุมัติตัดบัญชีเป็นหนี้สูญ
14. ใช้ใบเสร็จรับเงินกลางเล่มออกให้ผู้ชําระเงินหรือชักตั๋วกลางแหนบออกจําหน่ายเพื่อยักยอก
      เงินไว้ใช้
15. ทําใบเสร็จรับเงิน 2 ชุด และแยกลงบัญชีชุดเดียวนอกนั้นนําเป็นประโยชน์ส่วนตัววิธีการทุจริต
1.การบัญชีและการเงิน
ก.จ่ายเงิน
1. ลงรายการจ่ายเงินในบัญชีซ้ําแล้วยักยอกเงินที่จ่าย
2. ลงบัญชีจ่ายสูงกว่าหลักฐาน ยักยอกเงินที่เกิน
3. ลงรายการจ่ายโดยไม่มีหลักฐาน หรือจ่ายตามสําเนาอ้างว่าหลักฐานหาย
4. ทําหลักฐานเท็จ เพื่อเบิกเงินจากทางราชการ เช่น
4.1 การจ่ายค่าแรงให้คนงานลงชื่อรับเงินล่วงหน้า กรอกจํานวนเงิน
      ภายหลังให้สูงกว่าที่จ่ายจริงกรณีไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของราชการ
(ม.๘๕)
1) ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบแบบแผน ของทางราชการ
หน่วยงานทางการศึกษา มติคณะรัฐมนตรี นโยบายรัฐบาล
2) จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประมาทเลินเล่อ ขาดการเอาใจใส่    
ไม่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ทางราชการอันเป็นเหตุให้
ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง (มาตรา 85 วรรคสอง)
ปลดออกจากราชการมูลเหตุจูงใจ
กรณีไม่ปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมของราชการ(ม.๘๕)
1) กระท าตามอารมณ์
2) ไม่เห็นความส าคัญของวินัยข้าราชการ
3) กระท าการเพื่อผลประโยชน์ของวัตถุประสงค์อื่น
4) ต้องการหลีกเลี่ยงระเบียบการเงิน
5) ชะล่าใจคิดว่าไม่ค่อยมีการตรวจสอบข้อตรวจพบเกี่ยวกับการด าเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ
- เบิกค่าเบี้ยเลี้ยงเกินสิทธิ
- เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการโดยเบิกซ้ํา
วันเวลาเดียวกัน
- เบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการโดยไม่มีใบสําคัญ
และหลักฐาน การจ่ายมีให้ตรวจสอบไม่ครบถ้วน
- เบิกค่าใช้จ่ายเดินทางโดยไม่มีระเบียบให้เบิกจ่าย
- เบิกค่าพาหนะเดินทางไปราชการโดยไม่ประหยัด
ข้อตรวจพบเกี่ยวกับการด าเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบข้อตรวจพบเกี่ยวกับการด าเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ
ค่าเช่าบ้าน
- ไม่มีใบสําคัญและหลักฐานการจ่ายให้ตรวจสอบ
- เบิกค่าเช่าบ้านเกินสิทธิ
- เบิกค่าเช่าบ้านโดยไม่มีสิทธิ เนื่องจากทางราชการจัดที่พักอาศัยไว้แต่ไม่เข้า
พักอาศัย โดยอ้างว่าบ้านชํารุดทรุดโทรมไม่สามารถเข้าพักอาศัยได้
- เบิกจ่ายค่าเช่าบ้านเกินกว่าที่จ่ายจริง และเซ็นปลอมลายมือชื่อของผู้ให้เช่าใน
หนังสือสัญญาเช่าบ้านและเขียนใบเสร็จรับเงินค่าเช่าบ้านที่นํามาเบิกทุกฉบับข้อตรวจพบเกี่ยวกับการด าเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ
ค่าเช่าบ้าน
- เบิกเงินค่าเช่าซื้อบ้านโดยไม่ได้พักอาศัยอยู่จริงแต่ให้ผู้อื่นเช่า
- ไม่จัดทําแบบคําขอรับเงินค่าเช่าบ้านและแบบรายงานการตรวจสอบ
คําขอรับค่าเช่าบ้านใหม่
- คณะกรรมการตรวจสภาพบ้านเช่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ข้อตรวจพบเกี่ยวกับการด าเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ
จัดซื้อจัดจ้าง
- ไม่ส่งประกาศประกวดราคาให้ส านักงานตรวจเงินแผ่นดิน
- การประกวดราคาก าหนดคุณสมบัติที่มีลักษณะไม่เปิดกว้าง
- เจ้าหน้าที่มีพฤติการณ์ส่อไปในทางปกปิดการเผยแพร่ข่าวสารการปิดประกาศ
ประกวดราคาสอบราคา
- คณะกรรมการตรวจรับท าการตรวจรับงานทั้งที่งานยังไม่แล้วเสร็จครบถ้วน
ตามสัญญา
- จัดซื้อจัดจ้างในลักษณะแบ่งซื้อแบ่งจ้าง
- แก้ไขสัญญาที่ลงนามแล้วข้อตรวจพบเกี่ยวกับการด าเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ
จัดซื้อจัดจ้าง
- ผู้ควบคุมงานมิได้จัดท าบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อม
 เป็นรายวัน และรายงานผลการปฏิบัติงานประจ าสัปดาห์ เสนอกรรมการตรวจ การจ้าง
- ใบสั่งซื้อวัสดุอุปกรณ์ผู้ขายไม่ได้ลงนาม และฝากวัสดุที่ซื้อไว้กับทางร้านค้าผู้ขาย
- ผู้ขายส่งมอบพัสดุครุภัณฑ์ก่อนท าสัญญา
- ไม่ออกเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน
- ไม่หักเงินค่าปรับจากการส่งมอบงานล่าช้าข้อตรวจพบเกี่ยวกับการด าเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ
อื่น ๆ
- รับเงินบริจาคแล้วเบียดบังน าไปเป็นประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น
- จัดเก็บรายได้แล้วแก้ไขจ านวนเงินในใบเสร็จเงินฉบับส าเนาให้ต่ ากว่าต้นฉบับ
 แล้วน าส่วนต่างไปเป็นประโยชน์ส่วนตน
- ไม่ควบคุมให้มีการจัดท าบันทึกการใช้รถยนต์ส่วนกลาง
- แก้ไขทะเบียนครุภัณฑ์โดยไม่มีอ านาจ มีครุภัณฑ์ให้ตรวจนับไม่ครบ
ตามทะเบียนคุม
- น าวัสดุรื้อถอนที่ยังอยู่ในสภาพคงทนถาวรและใช้การได้ดีไปเก็บไว้ที่บ้าน
โดยไม่มีการบันทึกเหตุผลข้อตรวจพบเกี่ยวกับการด าเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ
ข้อบกพร่อง
-ไม่มีการตรวจสอบหลักฐานเอกสารให้ครบถ้วนถูกต้อง
- ผู้ตรวจสอบภายในไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด
- ขาดการควบคุมภายในที่ดี
- ผู้บริหารขาดการกํากับ ดูแลอย่างใกล้ชิดข้อตรวจพบเกี่ยวกับการด าเนินการไม่ถูกต้องตามระเบียบ
ข้อเสนอแนะ
- ก าชับผู้ตรวจสอบภายในให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด
- ผู้บริหารควรก ากับ ดูแลให้มีการแก้ไขข้อบกพร่องตามรายงานการตรวจสอบ
  อย่างเข้มงวดและจริงจัง
- จัดให้มีระบบการควบคุมภายในและมาตรการป้องกันจริยธรรม หรือ คุณธรรม
 การกระท า + ปราศจากสติ   = พฤติกรรม
 การกระท า + สติ    = ความประพฤติ
 ความประพฤติ + ปทัสถาน หรือ บรรทัดฐาน
= จริยธรรมการกระทํา
คิด   =  ยังไม่เป็นความผิด เพราะไม่มีการกระทํา
ตกลงใจ  =  เป็นเรื่องภายในจิตใจ  ยังไม่เป็นความผิด
ตระเตรียม   =  ยังไม่เป็นความผิด  ไม่มีการกระทํา
ยกเว้น  วางเพลิง,  กบฎ
    กระทําไปตลอด
ลงมือกระทํา      
ทําแล้วแต่ไม่บรรลุผล
ผลสําเร็จ  ครบองค์ประกอบของความผิด
การกระทํา
ไม่สําเร็จ เป็นพยายาม รับโทษ 2 ใน 3 ของความผิดนั้นๆการครองตน ต้องมี
สติ
สติ =  ระลึกได้  สติมาปัญญาเกิด
ปัญญา    =  ความรู้  ความหยั่งคิด
สรุป จะทําอะไรต้องมีสติเป็นหลักจริยธรรม
ศาสนา
ศีลธรรม
สาขาวิชาชีพ
จรรยาวิชาชีพ
วงงาน
วินัย
กฎเกณฑ์
ปกาศิต ควร พึง ต้อง
จุดมุ่งหมาย
พฤติกรรม คุณธรรม จรรยา วินัย
เพื่อคน เพื่องาน เพื่อคน+งาน
  จริยธรรม (ETHICS)
• อุดมการณ์หรือมาตรฐานความประพฤติของมนุษย์ที่เป็นจุดมุ่งหมาย
เพื่อความดีสูงสุด
แยกเป็น 2 แนวทาง
• 1.ช่วยอธิบายการตัดสินใจของมนุษย์
• 2.ช่วยก่อตั้งหรือส่งเสริมการกระท าหรือจุดมุ่งหมายของมนุษย์ให้เป็นไป
ตามแนวทางที่ถูกต้อง
แยกเป็น 2 ลักษณะ
• 1. การตัดสินใจในเรื่องของคุณค่า
• 2. การตัดสินใจในเรื่องของภาระหน้าที่ตามมาตรฐานจริยธรรม
1. ต้องไม่ได้มาจากเอารัดเอาเปรียบ
   2. ต้องไม่มีส่วนในการท าลายแหล่งทรัพยากรของมนุษย์
3. ต้องเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นของสังคม
4. ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นที่จ าเป็นต่อ
                  ความเป็นมนุษย์ เช่น ความเสมอภาค
                  การเคารพศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์
                  การมีเมตาธรรม เคารพหลักสิทธิมนุษยชนการ
เรียนรู้
             เรียนรู้แบบจากพ่อแม่
             เรียนรู้แบบจากสังคม
             เรียนรู้แล้วใช้               
                    วิจารณญาณ
             เรียนรู้ตลอดชีวิตวินัย
    หมายถึง  ระเบียบ  ข้อบังคับ  กฎเกณฑ์ ค าสั่ง  
ขนบธรรมเนียม  ประเพณี  ที่องค์กรก าหนดขึ้นเป็นปทัสถาน
(NORM) เพื่อใช้ในการควบคุมและส่งเสริมความประพฤติของ
บุคคลในองค์กรให้เกิดความมีระเบียบและก่อให้ผลของการ
ปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ  หากมีผู้กระท าผิดวินัยก็มีมาตรการ
ในการลงโทษจริยธรรม = คุณธรรม + จรรยาบรรณ +วินัย     
             = คนดีในสังคม
คุณธรรม  คือ  ปทัสถานส าหรับยึดถือ ควรปฏิบัติตาม
รูปแบบทางศาสนา  ซึ่งอยู่ในตัวคน เป็นความดี  ความถูกต้อง  ซึ่งมี
อยู่ภายในจิตใจของคน  และผลักดันให้คนแสดงพฤติกรรมที่ถูกต้อง
เหมาะสม (ควร)
   จรรยาบรรณ  คือ  ความประพฤติที่ดีงามของผู้ที่ประกอบวิชาชีพที่
องค์กรวิชาชีพก าหนดให้คนในวงการพึงประพฤติปฏิบัติ  เพื่อรักษา
และส่งเสริมเกียรติคุณ  ชื่อเสียง  ฐานะของสมาชิก (พึง)
   วินัย  คือ  ข้อห้ามและข้อปฏิบัติของข้าราชการที่ต้องปฏิบัติ  (ต้อง)โทษทางวินัย
ว่ากล่าวตักเตือนด้วยวาจา หรือท าทัณฑ์บนเป็นหนังสือ
    (ไม่ใช่โทษ  แต่เป็นมาตรการทางบริหาร)
• โทษ 5 สถาน ใช้สิทธิอุทธรณ์ได้
1. ภาคทัณฑ์ (ต าหนิติเตียน)
2. ตัดเงินเดือน (ตัดผลประโยชน์)    ไม่ร้ายแรง
3. ลดขั้นเงินเดือน (ตัดผลประโยชน์)
4. ปลดออก (มีสิทธิรับบ าเหน็จบ านาญ) ร้ายแรง
5. ไล่ออก (ไม่มีสิทธิได้รับบ าเหน็จบ านาญ) ร้ายแรง
** หมายเหตุ ต้องค าพิพากษาถึงที่สุดให้จ าคุก
หลัง 14 กุมภาพันธ์ 2551 มีสิทธิรับบ านาญได้
• ให้ออกจากราชการกรณีต่อไปนี้ ไม่ใช่โทษ
- ขาดคุณสมบัติ  : ล้มละลาย...
- หย่อนความสามารถ
- ประพฤติตนไม่เหมาะสม
- มีมลทินมัวหมอง
- ไม่พ้นทดลองปฏิบัติราชการ
- เจ็บป่วย ทุพพลภาพ
- ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หรือ สั่งพักราชการ
(ใช้สิทธิร้องทุกข์ได้)แผนภูมิบําเหน็จบํานาญ
ตามกฎหมายว่าด้วยบําเหน็จบํานาญข้าราชการ
ข้าราชการ
ก่อน 27 มี.ค. 40
ออกจากราชการ
และ
มีเวลาราชการ
ไม่สมัคร  เข้า กบข.ตั้งแต่ 25 ปี ขึ้นไป
ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
•เหตุทุพพลภาพ
•เหตุทดแทน
•เหตุสูงอายุ
บ าเหน็จ บ านาญ
เลือก รับตั้งแต่ 10 ปีไม่ถึง 25 ปี
ตั้งแต่ 1 ปี ไม่ถึง 10 ปี
•เหตุทุพพลภาพ
•เหตุทดแทน
•เหตุสูงอายุ
มีสิทธิได้รับบ าเหน็จตั้งแต่ 1 ปี ไม่ถึง 10 ปี
ไม่มีสิทธิได้รับบ าเหน็จบ านาญ•ถูกไล่ออก
•ตายเพราะประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
ไม่มีสิทธิได้รับบ าเหน็จบ านาญ
หมายเหตุ * บําเหน็จ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย x จํานวนปีเวลาราชการ
               *  บํานาญ = เงินเดือนเดือนสุดท้าย / 50 x จํานวนปีเวลาราชการแผนภูมิ กบข.
ข้าราชการก่อน 27 มี.ค. 40
ออกจากราชการ
มีสิทธิได้รับบ าเหน็จบ านาญตามกฎหมาย
ว่าด้วยบ าเหน็จบ านาญข้าราชการ
ไม่สมัคร สมัครเป็นสมาชิกภายใน 26 มี.ค. 40ข้าราชการตั้งแต่ 27 มี.ค. 40
สมาชิก กบข.
ออกจากราชการและมีเวลาราชการตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป
หรือ
ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
•เหตุทุพพลภาพ
•เหตุทดแทน
•เหตุสูงอายุ
1.บํานาญ
2.เงินชดเชย
*3.เงินประเดิม
4.ดอกผล 2+3
5.สวัสดิการ
1.บํานาญ
2.เงินชดเชย
*3.เงินประเดิม
4.เงินสะสม
5.เงินสมทบ
6.ดอกผล2+3+4+5
7.สวัสดิการ
บําเหน็จ
1.บําเหน็จ
2.เงินสะสม
3.เงินสะสม
4.ดอกผล 2+3+4+5
บํานาญ บําเหน็จ
ออม ไม่ออม ไม่ออม ออมตั้งแต่ 10 ปีไม่ถึง
25 ปี หรือ
ตั้งแต่ 1 ปี ไม่ถึง 10 ปี
-เหตุทุพลพลภาพ
- เหตุทดแทน
- เหตุสูงอายุ
ออม ไม่ออม
บําเหน็จ 1. บําเหน็จ
2. เงินสะสม
3.  เงินสมทบ
4.  ดอกผล 2+3ตั้งแต่ 1 ปีไม่ถึง10 ปี
ออม ไม่ออม
1. เงินสะสม
2.  เงินสมทบ
3.  ดอกผล 1+2
ไม่ได้อะไร - ถูกไล่ออก
- ตายเพราะประพฤติชั่ว อย่างร้ายแรง
ออม ไม่ออม
1. เงินสะสม
2.  เงินสมทบ
3.  ดอกผล 1+2
ไม่ได้อะไรแบบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบําเหน็จตกทอด
เขียนที่..........................................
วันที่.........เดือน.............พ.ศ....................(1)
ข้าพเจ้า...............................(2) เป็น( ) ข้าราชการ ( ) ผู้รับบ านาญ
( ) ทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด ชั้น/ยศ/ระดับ...............ต าแหน่ง......................
สังกัดกอง/ส านักงาน.......................กรม.........................................................
กระทรวง..........................................จังหวัด..................................................
ได้รับ ( ) เงินเดือน เดือนละ..................... (3) บาท บ านาญเดือนละ
........................ (3) บาท ( ) เบี้ยหวัด เดือนละ....................(3) บาท
ในกรณีข้าพเจ้าไม่มีทายาท ผู้มีสิทธิจะได้รับบ าเหน็จตกทอด (บุตร สามี หรือ
ภรรยา และบิดามารดา ที่ชอบด้วยกฎหมาย)   ตามมาตรา 48 และมาตรา49 แห่งพระราชบัญญัติบ าเหน็จบ านาญ
ข้าราชการ พ.ศ. 2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือตามมาตรา 58 และ
มาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบ าเหน็จบ านาญข้าราชการ พ.ศ.
2539 จึงขอแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบ าเหน็จตกทอดโดยหนังสือฉบับ
นี้ว่า เมื่อข้าพเจ้าถึงแก่ความตาย ข้าพเจ้าประสงค์ให้จ่ายเงินบ าเหน็จตก
ทอดแก่บุคคลรวม.........................(4) คน ดังมีรายชื่อต่อไปนี้
1........................(5) ให้ได้รับ...................(6) ส่วน
ซึ่งมีภูมิล าเนา อยู่บ้านเลขที่....................ถนน.............................................
ต าบล/แขวง......................................อ าเภอ/เขต....................................
จังหวัด..........................................รหัสไปรษณีย์...................................2.............................(5) ให้ได้รับ..................................(6) ส่วน
ซึ่งมีภูมิล าเนา อยู่บ้านเลขที่.........................................ถนน.................................
ต าบล/แขวง.....................................อ าเภอ/เขต....................................................
จังหวัด..........................................รหัสไปรษณีย์................................................
3.............................(5) ให้ได้รับ..................................(6) ส่วน
ซึ่งมีภูมิล าเนา อยู่บ้านเลขที่.........................................ถนน.................................
ต าบล/แขวง.....................................อ าเภอ/เขต....................................................
จังหวัด..........................................รหัสไปรษณีย์................................................
      ลงชื่อ.............................................ผู้แสดงเจตนา
     (...........................)
ลงชื่อ..............................................พยาน
     (............................)
 ลงชื่อ..............................................พยาน
     (............................)ได้น าหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบ าเหน็จตกทอดเก็บไว้เป็นหลักฐาน
แล้ว                      
                  ลงชื่อ..............................(7)เจ้าหน้าที่                  
(.......................................)
                          ต าแหน่ง......................................................
                          วันที่............................................................
บันทึกการเปลี่ยนแปลง
            ข้าพเจ้าขอยกเลิกหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบ าเหน็จตก
ทอดฉบับนี้ โดยได้แสดงเจตนาใหม่ ตามหนังสือแสดงเจตนา ลงวันที่
..............................ซึ่งให้.....................................................
เป็นผู้มีสิทธิรับบ าเหน็จตกทอดเมื่อข้าพเจ้าถึงแก่ความตาย              ลงชื่อ......................................ผู้แสดงเจตนา/ผู้รับมอบฉันทะ
  (..............................)
หมายเหตุ
1.การขูดลบ ขีดฆ่า หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นในหนังสือแสดงเจตนา
ระบุตัวผู้รับบ าเหน็จตกทอดให้ลงลายมือชื่อก ากับไว้
2. ให้ใส่เครื่องหมาย / ในช่อง ( ) ที่ใช้
3. หนังสือแสดงเจตนานี้ให้ท าขึ้น 2 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกันเก็บไว้ที่
ผู้แสดงเจตนา 1 ฉบับ อีกฉบับหนึ่ง ส่งไปเก็บไว้ที่สมุด/แฟ้มประวัติ
ส าหรับผู้รับเบี้ยหวัด บ านาญให้เก็บไว้ที่ส่วนราชการเจ้าสังกัดผู้เบิกเบี้ย
หวัดบ านาญ 1 ฉบับคําอธิบายการกรอกแบบหนังสือแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบําเหน็จตกทอด
(1) ให้ระบุวัน เดือน ปี ที่แสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบ าเหน็จตกทอด
(2) ให้ระบุค าน าหน้าชื่อ และนามสกุล ของผู้แสดง/เจตนา
(3) ให้ระบุเงินเดือน บ านาญ หรือเบี้ยหวัดที่ได้รับอยู่ขณะที่แสดงเจตนา
(4) ให้ระบุจ านวนผู้มีสิทธิได้รับบ าเหน็จตกทอดได้ไม่เกิน 3 คน
(5) ให้ระบุค าน าหน้าชื่อ และนามสกุล ของผู้มีสิทธิรับบ าเหน็จตกทอด
(6) กรณีระบุตัวผู้รับบ าเหน็จตกทอดไว้มากกว่าหนึ่งคนให้ก าหนดส่วนที่จะมี
สิทธิได้รับให้ชัดเจนด้วย เช่น นาย ก. ให้ได้รับ 1 ส่วน นางสาว ข . ให้
ได้รับ 1 ส่วน และ เด็กหญิง ค. ให้ได้รับ 2 ส่วน เป็นต้น
(7) เจ้าหน้าที่ส่วนราชการมอบหมาย ซึ่งเป็นข้าราชการไม่ต่ ากว่าระดับ 3การนับอายุบุคคล
1. 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. อายุครบ 1 ปี
2. 1 ต.ค. ปีนี้ – 30 ก.ย. ปีหน้า  อายุครบ 1 ปี
3. เกิด 1 ต.ค. ของปี  เกษียณราชการสิ้นปีงบประมาณของปีเดียวกัน
4. เกิด 2 ต.ค. – 31 ธ.ค. ของปี  เกษียณราชการสิ้นปีงบประมาณหน้า
      (บวกอีก 1 ปี)
ตัวอย่าง
นาย ก. เกิดวันที่ 1 ตุลาคม 2483  ต้องเกษียณราชการ 30 กันยายน 2543
นาง ข. เกิดวันที่ 2 ตุลาคม 2483  ต้องเกษียณราชการ 30 กันยายน 2544
  (หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค.0513/ว 58 ลว. 6 พ.ค. 2537)ประกาศใช้กฎอัยการศึก
1.  พ.ศ. 2494  (ในเขตกรุงเทพมหานคร  ตั้งแต่ 30 มิ.ย. 94 ถึง 5 ก.ย. 94 รวม 2 เดือน
6 วัน)
2.  พ.ศ. 2500 (นอกเขต 26 จังหวัด 17 ก.ย. 2500 ถึง 3 ต.ค. 2500 รวม 16 วัน)
3.  พ.ศ. 2500  (ในเขต 26 จังหวัด ตั้งแต่ 17 ก.ย. 2500 ถึง 9 ม.ค. 2501 รวม 3 เดือน
23 วัน)
4.  พ.ศ. 2501  (ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่ 21 ต.ค. 2501 ถึง 28 ต.ค. 2508 รวม 7 ปี  -
เดือน 7 วัน)
5.  พ.ศ. 2519 (ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่ 7 ต.ค. 2519 ถึง 5 ม.ค. 2520 รวม 3 เดือน)
6.  พ.ศ. 2534 (ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่ 23 ก.พ. 2534 ถึง 2 พ.ค. 2534 รวม 2 เดือน
    8 วัน)
7.  พ.ศ. 2534 (ในเขต 21 จังหวัด  ตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ. 2534 ถึง...)หลักวินิจฉัยจรรยาบรรณ
CODE OF ETHICS
1. พันธะผูกพันที่มีต่อศิษย์
2. พันธะผูกพันต่อสังคม
3. พันธะผูกพันต่อวิชาชีพ
4. พันธะผูกพันต่อนายจ้าง ระเบียบ
ปฏิบัติงานการจ้างต้องมี ทั้ง 4 ข้อPROFESSION วิชาชีพครู
มีคุณสมบัติ  10  ประการ
1. ใช้สติปัญญาประกอบอาชีพนั้น
2. จําเป็นต้องมีองค์ความรู้เฉพาะทาง
3. จําเป็นต้องมีการเตรียมตัวเข้าสู่วิชาชีพยาวนานพอสมควร (อย่างน้อยปริญญาตรี)
4. จําเป็นต้องมีการอบรมระหว่างประจําการ
5. อาชีพที่คนพึ่งพาตลอดชีวิตที่มีความมั่นคง
6. มีการกําหนดมาตรฐานวิชาชีพของตนเองขึ้นมาเอง เช่น กําหนดจรรยาบรรณ
7. คุณค่าของงานมากกว่าเงินที่ได้รับ
8. ต้องให้สิทธิปฏิบัติตามความรับผิดชอบเพราะเรียนมา
9. ต้องมีองค์กรวิชาชีพอย่างแท้จริง
10. ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้จรรยาบรรณ • ความดีหรือสิ่งที่ดีที่ครูจ าเป็นต้องมีและต้องปฏิบัติ  (ส านักงาน
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ)
• ข้อก าหนดกฎเกณฑ์อันเป็นปทัสถานส าหรับผู้ประกอบวิชาชีพ
นั้นๆ  ยึดถือปฏิบัติ  (ประวีณ ณ นคร)
• แบบแผนที่สังคมวิชาชีพก าหนดขึ้นเพื่อควบคุมตัวเองได้  (คณะ
ครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
• ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่าง
ก าหนดขึ้นเพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียง และฐานะ
ของสมาชิก  อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้
(พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน)
• มาตรฐานความชอบธรรมและเกียรติฐานะของความเป็น
ข้าราชการ (พระเมธีธรรมาภรณ์)
สรุป  จรรยาบรรณ  คือ  ข้อกําหนดเพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติสําหรับผู้
ประกอบวิชาชีพนั้นๆหมวด ๓
จรรยาบรรณของวิชาชีพ
ข้อ ๑๓ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติ
ตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ และแบบแผนพฤติกรรม
ตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ
ส่วนที่ ๑
จรรยาบรรณต่อตนเอง
ข้อ ๑๔ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องมีวินัยใน
ตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพและวิสัยทัศน์
ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการเศรษฐกิจ สังคม และ
การเมืองอยู่เสมอส่วนที่ ๒
จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
ข้อ ๑๖ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องรัก เมตตา
เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้ก าลังใจศิษย์และผู้รับบริการ
ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า
ข้อ ๑๗ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องส่งเสริมให้
เกิดการเรียนรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์และ
ผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถด้วย
ความบริสุทธิ์ใจ
ข้อ ๑๘ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องไม่กระท า
ตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ
อารมณ์ และสังคมของศิษย์และผู้รับบริการส่วนที่ ๔
จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ
ข้อ ๒๑ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงช่วยเหลือ
เกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบ
คุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ
ส่วนที่ ๕
จรรยาบรรณต่อสังคม
ข้อ ๒๒ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาพึงประพฤติ
ปฏิบัติตนเป็นผู้น าในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ
สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม
รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข1. มีศรัทธาในอาชีพครู  และให้เกียรติแก่ครูด้วยกัน
2. บําเพ็ญตนให้สมกับได้ชื่อว่าเป็นครู
3. ใฝ่ใจศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ เพิ่มเติมเสมอ
4. ตั้งใจฝึกสอน อบรมศิษย์ให้เป็นพลเมืองดี
5. ร่วมมือกับผู้ปกครองในการอบรมสั่งสอนนักเรียนอย่างใกล้ชิด
6. รู้จักเสียสละ และรับผิดชอบในหน้าที่การงานทั้งปวง
7. รักษาชื่อเสียงของคณะครูและโรงเรียน
8. รู้จักมัธยัสถ์และพยายามสร้างฐานะด้วยความขยันหมั่นเพียร   และซื่อสัตย์  ซื่อตรง
9. ยึดมั่นในศาสนาที่ตนนับถือและไม่ลบหลู่ศาสนาอื่น
10. บําเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมลักษณะทั่วไปของวินัยข้าราชการครู
1. ไม่มีอายุความ
2. ใช้เฉพาะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. ผู้ร้องเรียนไม่จําเป็นต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรง
4. ยอมความกันไม่ได้
5. ร้องเรียนแล้วเพิกถอน  ไม่มีผล
6. ไม่อาจชดใช้ได้ด้วยเงิน
7. ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงแล้วอาจถูกสั่งพัก หรือให้ออกจากราชการ
8. รับสารภาพ  ไม่เป็นเหตุลดหย่อนโทษ
9. มูลกรณีเกิดขึ้นในระหว่างเป็นข้าราชการ  แม้ออกจากราชการแล้วเรื่องไม่ยุติ
10. ถูกสอบสวน  ลาออกได้  แต่เรื่องไม่ยุติ
11. จะอ้างว่าไม่รู้ระเบียบและกฎหมายไม่ได้
12. การอุทธรณ์ไม่เป็นคุณเสมอไป
13. มาตรฐานโทษและแนวการพิจารณาโทษสูงกว่าข้าราชการอื่น
14. แม้ไม่มีเจตนาก็เป็นการกระทําโดยประมาทได้
15. ในบางกรณีไม่เป็นการกระทําผิดวินัย  แต่ถูกให้ออกจากราชการได้ (ม.111)(ม.112)
16. มีทั้งระเบียบและกฎเกณฑ์ที่เป็นลายลักษณ์อักษร  และไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
17. เมื่อรับโทษทางวินัยแล้ว  ยังต้องรับผิดตามกฎหมายอื่นอีกด้วยประสิทธิภาพ  ประสิทธิผล
ความเจริญมั่นคงของประเทศ
ความผาสุขของประชาชน
รักษาภาพพจน์ชื่อเสียงที่ดีของทางราชการแนวคิดในการเสริมสร้างวินัยข้าราชการครู
 วินัยเป็นปัจจัยที่สร้างความส าเร็จ  
 ความก้าวหน้า
 วินัยเป็นผลที่เกิดจากภาวะความเป็นผู้น า
 วินัยเป็นมาตรการส่งเสริมและป้องกัน
   การเสริมสร้างวินัยจะต้องด าเนินการครบ 3 ด้าน
• การให้ความรู้
• สร้างความรู้สึก
• การแสดงพฤติกรรม
 วินัยในตนเองนั้นเกิดจากความศรัทธาปรัชญาในการสร้าง
วินัย
 วินัยมีสภาพอ่อนไหวเหมือนน้้า
วินัยต้องมีลักษณะเชิงพฤติกรรม      
วินัยเกิดขึ้นด้วยใจสมัคร           
วินัยหมู่ดีกว่าวินัยส่วนบุคคล
วินัยเกิดด้วยแรงจูงใจและแรงบังคับ
วินัยเป็นผลิตผลของภาวะผู้น้า
ส่งเสริม
ป้องกัน
ปราบปรามการดําเนินการทางวินัย
เริ่มต้นเมื่อ...


รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Size : 4.40 MBs
Upload : 2011-06-18 20:46:01
ติชม

กำลังแสดงหน้า 1/0
<<
1
>>

ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

19
คะแนนโหวด
สร้างโดย :


krutonz
รายละเอียด Share
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
การงานอาชีพและเทคโนโลยี


-:- โรงเรียนพูลเจริญวิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 -:-PWSchool-KM © 2011


Generated 1.952334 sec.